ประติมานุสรณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙

ข้อมูลประติมากรรม

ศิลปินผู้สร้าง : สุรพล ปัญญาวชิระ

ขนาด : 1.2 x 6 x 0.95 ม.

วัสดุ : หินแกรนิต และงานหล่อทองเหลืองรมดำ

ที่ตั้ง : หน้าหอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ปีที่สร้างเสร็จ : พ.ศ.2543

เรื่องราว

ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา 2519 พื้นที่ทางความทรงจำเชิงกายภาพ ที่เป็นประจักษ์พยานยืนยันว่า เคยมีการก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ที่รัฐกระทำต่อประชาชน งานประติมากรรมที่ทำให้ผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายเมื่อเดินเข้าไปใกล้ เพราะเมื่อมองลึกเข้าไป คือ ภาพของเพื่อนๆ ที่ร่วมต่อสู้กันมาและจากเขาไปในวันนั้น 

 

ประติมากรรมขนาด 1.2x6x0.95 เมตร สร้างขึ้นในลักษณะคล้ายเขื่อน แทนความหมายการถูกสกัดกั้นกระแสธารประชาธิปไตยซึ่งกำลังเติบโตในช่วงหลังปี 2516 แกะสลักจากหินแกรนิตสีแดงเป็นข้อความ “๖ ตุลา ๒๕๑๙” ตามช่องว่างของตัวอักษร ฝังงานหล่อทองเหลืองรมดำเป็นประติมากรรมนูนสูงรูปคน ที่สร้างขึ้นจากภาพตัวแทนผู้ถูกกระทำความรุนแรงในเหตุการณ์ บริเวณด้านหลัง สลักรายชื่อผู้เสียชีวิต บริเวณฐานโดยรอบ สลักข้อความส่วนหนึ่งจากบทความ “ความรุนแรงและการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519” โดย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ 

 

ประติมานุสรณ์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสวนประติมากรรม ‘กำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย’ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีแผนจัดสร้างตั้งแต่วาระครบรอบ 20 ปี 6 ตุลา ในปี 2539 ที่มีการรื้อฟื้นเหตุการณ์ขึ้นมาครั้งแรก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ จนในปี 2542 ซึ่ง อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เสียชีวิต จึงมีการรวบรวมเงินสนับสนุนจนสามารถสร้างได้เสร็จในปี 2543  นับแต่นั้นประติมานุสรณ์ก็ถูกใช้เป็นพื้นที่หลักสำหรับการประกอบพิธีทางศาสนาให้ผู้เสียชีวิตในวันครบรอบตลอดมา

 

6 ตุลาคม 2519 ความเงียบ บาดแผล ประวัติศาสตร์ และความทรงจำ ที่ต้องถูกบันทึก

เราพร้อมจะเผชิญหน้ากับ 6 ตุลา อย่างเต็มตาหรือไม่ ให้ความเงียบส่งเสียง ให้ความมืดเบื้องหลังปรากฎ ให้เราไม่ลืม ให้เราจดจำว่าเคยเกิดความรุนแรงที่มนุษย์กระทำต่อกันอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้ ซึ่งเราต้องตั้งคำถามว่ามันมีที่มาจากอะไร

 

ลองจินตนาการว่า คุณอยู่ที่นั่น ในเช้าวันนั้น

 

“พี่น้องตำรวจ ท่านผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่รัก ขอให้ท่านรับรู้ ขอให้ท่านเข้าใจด้วยว่า พวกเราที่นั่งชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ ชุมนุมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมที่เปิดเผย บริสุทธิ์ใจ ไม่มีอาวุธ โปรดอย่าเชื่อคำยุแหย่ให้ร้ายป้ายสีของสถานีวิทยุบางสถานี ถ้าท่านต้องการตรวจค้นสิ่งใด เรายินดีให้ท่านตรวจค้น ขอให้เข้ามาโดยสงบเปิดเผย…”

 

เสียงตะโกนผ่านไมค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าลอยหายไปในอากาศ ไม่มีผู้ใดได้ยิน ไม่มีใครฟังคุณ รัฐไทยไม่เคยสื่อสารกับคุณด้วยคำพูดเขาตอบคุณเป็นห่ากระสุน คุณไม่แน่ใจว่า ระหว่างที่ผู้คนและผู้ชุมนุมถูกทรมานอยู่นั้น พวกเขาเสียชีวิตไปแล้วหรือยัง คุณไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเขาต้องเอาศพมาเผา ทำไมพวกเขาต้องลากศพไปมากับสนามฟุตบอล คุณรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัวเมื่อได้เห็นภาพความรุนแรงตรงหน้า คุณอาจจะเจ็บยิ่งขึ้นไปอีกหรือร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นภาพผู้คนรอบข้างยินดีราวกับเบื้องหน้าคืองานรื่นเริง

 

ทุกใบหน้าที่ปรากฎในประติมากรรม ที่ถ้าไม่สังเกต หรือมองจากที่ไกลๆ เราอาจจะไม่รู้เลย ว่ามีภาพชีวิต อันเป็นตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในวันนั้นสลักอยู่ให้เราเดินเข้ามาจ้องมองในวันนี้ ชีวิตเบื้องหลังประติมากรรมนี้ คือรายละเอียดที่เราสนใจ ลองเริ่มค้นหา และอยากชวนให้ร่วมรับรู้เรื่องราวของแต่ละใบหน้า ที่มีชื่อ ที่มีชีวิต ที่เป็นคนรัก เป็นครอบครัว ของใครบางคน รวมถึงเป็นประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วม ที่เราทุกคนเป็นเจ้าของ

 

ศิลปะปลดแอก ได้บันทึกประติมานุสรณ์ 6 ตุลา 2519 นี้ ไว้ในรูปแบบสามมิติ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ผ่านโลกออนไลน์ พร้อมด้วยการปะติดปะต่อบันทึกของแต่ละใบหน้าไว้ในที่นี้ 

 

45 ปีผ่านไป บางใบหน้ายังไม่สามารถระบุชื่อได้

45 ปีผ่านไป บางเรื่องราวยังไม่สามารถถูกพูดถึง